บทลาย”กัญชาทุนเทา”ยึดพื้นที่กระบี่ฟาร์มอิสราเอลอำพรางนอมินีคนไทย
จังหวัดกระบี่นำทีมบูรณาการกว่า 50 นายเปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญ บุกทลายฟาร์มกัญชาทุนต่างชาติ หลังพบพฤติการณ์ใช้คนไทยเป็น “นอมินี” อำพรางการถือหุ้น หลีกเลี่ยงกฎหมายไทย
.
นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำกำลังบูรณาการกว่า 50 นาย พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ หม่อมหลวง ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบริษัท แคคนาซอน จำกัด หมู่ 4 ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ ตามหมายค้นและหมายศาลจังหวัดกระบี่
.
สถานที่ดังกล่าวพบว่าเป็นฟาร์มกัญชาในร่ม ควบคุมระบบน้ำ แสง และอุณหภูมิอย่างครบวงจร มีอุปกรณ์แปรรูปและจำหน่ายกัญชา พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการและเสพกัญชาภายในอาคาร
.
ผู้ต้องหาคือ นายโมเซ่ ยามิน สัญชาติอิสราเอล ซึ่งยอมรับและนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น หลังล่ามอ่านหมายศาลและชี้แจงสิทธิครบถ้วน
.
จากการตรวจสอบเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบการกระทำผิดหลายประการ ทั้ง
.
การใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ (นอมินี)
การประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
การจำหน่ายกัญชาผ่านช่องทางออนไลน์และเดลิเวอรี่
การจัดกิจกรรม Farm Tour
การเปิดให้นักท่องเที่ยวเสพกัญชาในสถานประกอบการ
การสกัดสารกัญชาที่มีค่า THC เกินร้อยละ 0.2 เข้าข่ายยาเสพติด
.
เบื้องต้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ มีคำสั่ง พักใช้ใบอนุญาตทันทีเป็นเวลา 60 วัน พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
.
นายอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดจะไม่ยอมให้กลุ่มทุนต่างชาติใช้พื้นที่กระบี่เป็นแหล่งประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมยืนยันทุกหน่วยงานจะร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อย สร้างภาพลักษณ์จังหวัดให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย
.
ด้าน พล.ต.ต.สุขเกษม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ติดตามพฤติการณ์บริษัทแห่งนี้มากว่า 2 เดือน พบรูปแบบชัดเจนในการจดทะเบียนบริษัทอำพราง โดยเริ่มจากให้คนไทยถือหุ้น 100% ก่อนเพิ่มทุนและเปลี่ยนโครงสร้างหุ้นให้ต่างชาติถือครองในสัดส่วน 49 ต่อ 51 ซึ่งตรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการถือหุ้นเชิงอำพราง ลักษณะเดียวกับ “บัญชีม้า”
.
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายทุนต่างชาติแล้ว และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมคนไทยที่ร่วมเป็นนอมินีอีก 4 ราย คาดว่าจะสามารถจับกุมได้ครบในเร็ว ๆ นี้
.
ด้าน หม่อมหลวง ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า คดีนี้เข้าข่าย “ทุนเทา” อย่างชัดเจน และจากการตรวจสอบยังพบรูปแบบเดียวกันในหลายบริษัท ซึ่งจะมีการขยายผลดำเนินการทางกฎหมายต่อไปอย่างเข้มข้น
