เมื่อ : 01 มี.ค. 2569

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever” ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง – วัดหนานช้าง ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยผ้าไทยและชุดพื้นเมือง ร่วมดื่มด่ำมนต์เสน่ห์ล้านนายามค่ำคืน
.
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร เดินหน้าโครงการพัฒนาโบราณสถานเพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวยามราตรี มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเปิดมิติใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของโบราณสถานในบรรยากาศที่แตกต่าง
.
“เวียงกุมกามไม่ใช่เพียงซากอิฐเก่า แต่คือรากเหง้าของอาณาจักรล้านนา คือมรดกทางจิตวิญญาณของชาวเหนือ” เขากล่าวย้ำ
.
ที่ผ่านมา กรมศิลปากรได้ขุดค้น ขุดแต่งทางโบราณคดี และบูรณะปรับภูมิทัศน์โบราณสถานในพื้นที่กว่า 30 แห่ง พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว สร้างกระแสการเรียนรู้และการท่องเที่ยวให้จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะต่อยอดสู่การจัดงานท่องเที่ยวยามค่ำคืน เพื่อผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้นโยบาย “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ”
.
งาน “แอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever” จัดขึ้นวันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 – 22.00 น. ในบรรยากาศแห่งความรักและความอาลัย รำลึกและถวายความเคารพแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่หลวงของแผ่นดิน ต้อนรับเดือนแห่งความรักอย่างงดงามและเปี่ยมความหมาย
.
ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญที่ประดับประดาด้วยแสงไฟตระการตา กลายเป็นจุดเช็กอินท่ามกลางความขรึมขลังของประวัติศาสตร์ เดินเลือกชิมอาหารพื้นถิ่นและสินค้าทางวัฒนธรรมใน “กาดกุมกาม@Love” ชมนิทรรศการเรื่องราวเวียงกุมกาม และนิทรรศการเทิดพระเกียรติที่ถ่ายทอดสายใยแห่งความรักและความผูกพันของพสกนิกร
.
ไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาเยือนแผ่นดินล้านนาของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ที่ยกทัพศิลปินและนักแสดงมาจัดเต็ม ทั้งการแสดงละครเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ และการแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ชุดอนุภาพรามราชจักรี และชุดกษิรชลมณโฑ ถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงท่ามกลางฉากหลังโบราณสถานอันทรงคุณค่า
.
ค่ำคืนที่เวียงกุมกามจึงไม่ใช่เพียงงานท่องเที่ยว หากคือการเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และหัวใจของผู้คนเข้าด้วยกัน ผ่านแสงไฟ เสียงดนตรี และรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ยังคงเต้นอยู่ใต้ผืนแผ่นดินล้านนา
.
กรมศิลปากรขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองหรือผ้าไทย มาแอ่วกุมกามยามแลง สัมผัสความรักนิรันดร์ท่ามกลางเมืองโบราณที่ยังมีลมหายใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน