เพื่อไทยเปิดตัว ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ ฝ่าวิกฤตราคาแพงฟื้นดิน-ลดต้นทุนสูงสุด 60%
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร) ไทย” เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้นและปัญหาดินเสื่อมโทรม โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สส.อุดรธานี บุคลากรและเกษตรกรเข้าร่วมงาน ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด
.
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุชัดว่า “เกษตรกรคือหัวใจเศรษฐกิจไทย” แต่วันนี้กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งสภาพอากาศที่ผันผวน และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่กลายเป็นภาระหนัก
.
โครงการ “ปุ๋ยสั่งตัด” จึงไม่ใช่แค่การผลิตปุ๋ยธรรมดา แต่เป็นการ “เปลี่ยนวิธีคิด” จากการใช้ปุ๋ยแบบเหมารวม มาเป็นการออกแบบสูตรเฉพาะตามสภาพดินและพืชในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง
.
ผลลัพธ์ที่ได้เริ่มสร้างความฮือฮาในวงการเกษตร เพราะสามารถลดต้นทุนได้ถึง 40–60% ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ที่เคยเสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
.
โครงการนี้ใช้ “สหกรณ์การเกษตร” เป็นฐานหลักในการขับเคลื่อน โดยติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยและระบบแพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึง “แม่ปุ๋ย” ที่เหมาะสมได้ง่าย ผ่านทั้งแอปพลิเคชันและชุดตรวจดินที่พัฒนาโดยภาครัฐ
.
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอ “ปุ๋ยอินทรีย์เคมี” ที่ผสานวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ตอซังข้าว เข้ากับปุ๋ยเคมี ช่วยลดของเสีย เพิ่มคุณภาพดิน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
.
ด้าน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้ว่า ไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศกว่า 40% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การพัฒนาปุ๋ยสั่งตัดจึงเป็น “ทางรอด” ที่จะลดการพึ่งพา และแก้ปัญหาดินเสื่อมจากการใช้สารเคมีต่อเนื่อง
.
โครงการดังกล่าวเริ่มนำร่องที่จังหวัดอุดรธานีเป็นแห่งแรก โดยมีแผนดำเนินงานระยะ 6 เดือน ก่อนประเมินผลและขยายไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ
.
เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงการลดต้นทุน แต่คือการยกระดับเกษตรไทยสู่ “เกษตรแม่นยำ” ที่ใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน สร้างทั้งรายได้ ความมั่นคงทางอาหาร และอนาคตที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย
.
ในวันที่ดินกำลังเสื่อม และต้นทุนกำลังพุ่งสูง โครงการนี้อาจไม่ใช่แค่ความหวัง…แต่คือ “จุดเปลี่ยน” ของภาคเกษตรไทยทั้งระบบ
