เมื่อ : 23 มิ.ย. 2569

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศยืนยัน ทีมชาติโอมาน อันดับ 79 ของโลก ทีมชาติบาห์เรน อันดับ 92 ของโลก และ ทีมชาติทาจิกิสถาน อันดับ 101 ของโลก คือ 3 ทีม ที่ตอบรับเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ประจำปี 2569 เป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นเกมนานาชาติ International ’A’ Match ตามปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2569
.
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานถ้วยรางวัล “คิงส์คัพ” สำหรับการแข่งขันฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัล “คิงส์ คัพ” ในการแข่งขันฯ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2565 เป็นต้นมา โดยปัจจุบันจึงนับว่าถ้วยพระราชทานนี้มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย 
.
สำหรับ จังหวัดที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน มี 4 จังหวัด ที่ยื่นความจำนงเสนอตัวเข้ามาอย่างเป็นทางการ ภายใต้เงื่อนไขที่สมาคมฯ แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ คือ จะต้องมีความพร้อมพื้นฐานตามเกณฑ์ต่างๆ ของแมตช์นานาชาติ ตามข้อกำหนดของฝ่ายจัดการแข่งขัน ซึ่งมีจังหวัดเสนอตัว ประกอบด้วย
.
1.จังหวัดศรีสะเกษ : สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ 
.
2.จังหวัดขอนแก่น : สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
.
3.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา : สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
.
4.จังหวัดระยอง : สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง และ พีทีที ระยอง สเตเดียม
.
โดย ปัจจุบัน คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก อยู่ระหว่างการตรวจสอบความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันของแต่ละจังหวัดตามข้อกำหนด ก่อนประกาศผลให้ทราบต่อไป ในงาน FA THAILAND AWARDS 2025/26 ที่จะจัดขึ้นวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรม เดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการ ได้ทำการพิจารณาอย่างดีที่สุด ทั้งในมิติของฟุตบอล (คุณภาพการแข่งขัน) มิติทางเศรษฐกิจ มิติส่งเสริมการท่องเที่ยว และ มิติของกระแสฟุตบอล 
.
#FAThailand #KingsCup52 #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทย #คิงส์คัพ 

อุทัยธานี-หนุ่มเมายาบ้าน๊อคดับคาห้องนอน แม่ป่วยนอนติดเตียงนอนดมกลิ่นเน่าศพลูกชาย 2 คืน 1วันในบ้าน ญาติได้กลิ่นเปิดประตูเจอผงะ
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี  ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ที่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 8 บ้านหนองปรือ ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้ง จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลบ้านไร่ และกู้ชีพกู้ภัยบ้านไร่ กู้ภัยอุทัยธานี(จุดบ้านไร่) ยังที่เกิดเหตุ
.
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมายืนมุ้งดูกันอยู่หน้าบ้าน โดยมีกลิ่มเหม็นเน่าโชยออกมาจากในบ้าน ภายในบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ภายในห้องนอน พบศพชายทราบชื่อนายสมาน ฉิมพาลี อายุ 41ปี ในสภาพศพขึ้นอืดเน่า ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลกอบอวนไปทั่วบริเวณบ้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องจุดธูปหลายกรัมเพื่อดับกลิ่นเหม็น หลังจากนั้นต้องนำถุงซิปดำดับกลิ่น มาใสผู้ตาย แล้วนำออกมาจากห้อนนอน  
.
ด้านแพทย์เวรพยายามหาตรวจบาดแผลของผู้เสียชีวิตแต่เนื่องจากผู้เสียชีวิตนั้นขึ้นอืดทั้งตัวส่งกลิ่นเหม็น จนเลือดไหลออกมาแห้งแกะกรังเลือดไหลลงไปพื้นดินชั้นล่างจึงไม่สามารถระบุบาดแผลได้
.
หลังจากนั้นได้สอบถามนางกมลวรรณ เป็นพี่สะใภ้ของผู้ตาย ว่าตนเองได้รับทราบจากญาติๆที่อยู่ใกล้บริเวณบ้านที่เกิดเหตุว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาจากบ้านแม่  หลังจากนั้นตนเองได้มาห่แม่ชื่อนางทำ ฉิมพาลี  อ0ายุ 85 ปี  ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงนอนอยู่ชั้นล่าง หน้าประตูบ้าน พอตนเองเปิดประตูบ้าน เข้ามาก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าตนเองจึงรีบไปบอกแฟน 
.
และบอกญาติๆ ที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นมาดู จึงมาพบผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องในสภาพขึ้นอืดจนเหม็นเน่า โดยที่แม่นั้นนอนอยู่ชั้นล่างหน้าประตูดมกลิ่นมาตลอด 2 คืน 1วัน  ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อวันเสาร์วันที่ 20 มิ.ย 69 ตนเองยังพบผู้ตายนอนอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน อยู่เลยหลังจากนั้นก็หายไป
.
ในด้านสาเหตุการตายนั้น ชาวบ้านในระแวกนี้ทราบดี ผู้ตายเสพยาบ้าเป็นประจำ บางครั้งเมายาบ้าก็ทำให้ประสาทหลอนทำร้ายตัวเองอาละวาดสร้างความเอือมระอาให้กับญาติพี่น้องจนพี่น้องไม่มีใครอยากยุ่ง และนางทำ แม่ของผู้ตาย ก็รักผู้ตายมาก พี่น้องเองเลยปล่อยให้แม่กับผู้ตายตายอยู่กันสองคนทีบ่นหลังดังกล่าว  
.
วันนี้ตนเองและ ญาติพี่น้องมาเห็นแม่ทีมีรู้เรื่อง ก็ได้อุ้มแม่ออกจากบ้านมาพักอยู่ใต้ต้นมะม่วงก่อนและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว หลังจากนั้เนรก็ช่วยกันอุ้มแม่ไปไว้ที่เตียงในบ้านก่อน โดยทียังไม่บอกแม่ว่าลูกชายนั้นได้เสียชีวิตแล้ว กลัวแม่จะเสียใจดังกล่าว