เมื่อ : 10 ก.ย. 2569

จากกรณี ตำรวจบุกจับ พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ “หลวงพ่อโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”

.

หลังพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดไปเป็นของตน ก่อนมอบให้สีกาคนสนิทแปลงสภาพความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่กุฏิวัดดังกล่าว

.

ล่าสุด หลวงพ่อโชติ ได้สึกแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้นิมนต์ พระวชิโรภาส (ประดิษฐ์ ฐานิโก) เจ้าอาวาสวัดคลองตะเคียน เจ้าคณะตำบลที่ดูแลรับผิดชอบ วัดพุทไธศวรรย์ มาสึกให้

.

รายงานข่าวจากชุดจับกุมเผยผลการสอบสวนอีกว่า คลิปดังกล่าวมีตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569 ถึงปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่เป็นเวลาเช้าตรู่ ประมาณ 05.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกศิษย์กลุ่มอื่นรู้เห็น

.

เส้นทางในบวรพระพุทธศาสนา

.

พระวชิรญาณ วิ. (อติโชติ ธมฺมวโร) เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2502 เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์โดยอุปสมบทเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2540 ณ วัดพุทไธศวรรย์ ตลอดเวลา 30 พรรษาบนเส้นทางสงฆ์ ท่านได้เติบโตในสายบริหารและสมณศักดิ์มาโดยลำดับ

.

-ปี 2559: ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง

.

-ปี 2562:ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูภาวนาภัทรคุณ” (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)

.

ปี 2564: ดำรงตำแหน่ง ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

.

-ปี 2565: ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง อย่างเต็มตัว

.

-ปี 2567: ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ “พระวชิรญาณ”

.

อีกทั้ง ผู้สร้างวัตถุมงคลลือลั่น “เหรียญเหนือดวง”

.

ในวงการวัตถุมงคลและพระเครื่อง หลวงพ่อโชติ ถือเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยท่านเป็นผู้จัดสร้าง “เหรียญเหนือดวง” หรือ “เหรียญยกฐานะ” เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระสำคัญที่วัดพุทไธศวรรย์ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ซึ่งวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างสูงจากบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศ ด้วยเชื่อในพุทธคุณด้านการเกื้อหนุนดวงชะตาและยกฐานะผู้บูชา

.

อย่างไรก็ตาม การถูกจับกุมดำเนินคดีในครั้งนี้ จึงนับเป็นการปิดฉากเส้นทางสงฆ์และเกจิชื่อดังแห่งเมืองกรุงเก่า ท่ามกลางความตกตะลึงของพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก.